Muikik~o:] 的个人资料muikiko's space照片日志列表 工具 帮助
此共享空间没有音乐列表。

Muikik~o:]

muikiko's space

2月24日

><

 
ช่วงนี้ให้ความรู้สึกแบบเมืองไทยมาก ไม่ใช่ว่าที่นี่อากาศร้อนหรืออะไรหรอกนะ
แต่มันเป็นฟีลว่า เมื่อคืนสังสรรค์กับเพื่อนนิดหน่อย
พอตื่นขึ้นมาก็เปิดคอมเขียนนิยาย
พอคิดไม่ออกก็เปิดนู่นเปิดนี่ดูเล่นไปตามประสา
แล้วก็นั่งฟังเพลงไทย อะไรแบบนี้
มันก็เป็นความรู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกๆ ทั้งๆ ที่อยู่แปลกที่ และชอบความรู้สึกนี้มาก
แล้วหลังๆ พอสังเกตนิยายของตัวเองดูก็จะมีสำนวนแบบแปลกๆ โผล่ขึ้นมาเหมือนกัน
มีมุขประหลาดๆ ดูเป็นนวนิยายที่สว่างนิดๆ ทั้งๆ ที่คาแรคเตอร์ไม่ค่อยสว่าง แต่ไหงนิยายมันสว่างได้ก็ไม่รู้ 
พอเขียนเซ็งๆ ก็ได้ยินเพลงที่ใช้ในนิยายเรื่องเก่าดังขึ้นมา
ก็เลยได้โอกาสแวบกลับไปดูนิยายเรื่องเก่านิดหน่อย
สิ่งที่น่าตกใจก็คือ มันขายหมดแล้วจริงๆ ตอนแรกก็ไม่ได้สังเกตว่ามันขึ้นว่าหมด
คิดว่าจะลงมาดูคอมเม้นท์ซึ่งก็คิดว่าคงไม่ได้มีคอมเม้นท์อะไรเพิ่มหรอกเพราะมันนานแล้ว
พอดูคอมเม้นท์เสร็จเลยย้อนขึ้นมาดูหน้าปกและเพิ่งเห็นว่ามันติดว่า หมดแล้ว
ก็เลยตกใจนิดนึง เอ๊ะ ขายหมดด้วยเว้ย อะไรแบบนี้
พอแวบเข้าไปดูของตัวเองก็เลยเห็นว่า โครงการที่เราประกวดเข้ามา กำลังจะประกาศผลปีที่สองวันศุกร์นี้แล้ว
ก็แอบตื่นเต้นนิดๆ เหมือนกันนะ มันเป็นความรู้สึกแบบปีที่แล้วน่ะ
ที่คืนก่อนวันประกาศผลก็รู้สึกตื่นเต้นแบบแปลกๆ ลุ้นแบบแปลกๆ
ตอนนี้ก็เหมือนแอบลุ้นแบบแปลกๆกับคนอื่นอยู่เหมือนกัน ฮิฮิ
 
2月5日

synopsis

เพิ่งจะกลับมาอ่านบล๊อคของตัวเองวันนี้ (ไหวมั้ย? ทิ้งร้างไว้เป็นชาติ)
ความจริงแล้วที่เข้ามาเขียนก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนะนอกจากนอนไม่หลับ
สงสัยจะกินกาแฟมากเกินไป หรือไม่ก็เพราะว่าไม่ได้ใช้กำลังอะไรเลยไม่รู้จะนอนเอาแรงไปเพื่ออะไร
ทั้งๆ ที่ต้องนอนก็รู้อยู่ แต่พอมันไม่ได้ลงแรงอะไรมาก มันก็ไม่เหนื่อยพอที่จะนอนได้
สงสัยจะชินกับการทำงานหนักซะล่ะมั้งเนี่ย?
 
จริงๆ แล้วอ่ะนะ อยู่ลอนดอนเนี่ยก็ลงเรียน Novel Plotting เอาไว้
เค้าก็บอกว่าให้เขียนเรื่องย่อ whole story มาส่ง
ตอนแรกเราก็กรี๊ดกร๊าดมากมาย ว่าทำไม่ได้ จะบ้าเหรอจะให้นั่งเขียนนิยายภาษาอังกฤษ เพี้ยนรึเปล่า
ภาษาพ่อภาษาแม่ก็ไม่ใช่ narrative tense ของนวนิยายก็เรียนไปตึ๋งเดียว
แล้วจะให้เขียนนวนิยายภาษาอังกฤษเนี่ยนะ กลับมานั่งเครียดและโวยวายกับทุกคนในโลกใบนี้
ตั้งแต่คนไทยในลอนดอน ลามไปที่เพื่อนร่วมงานในสตาร์บัคส์ ลามไปที่ครอบครัที่เมืองไทย ลามไปที่เพื่อนตามประเทศต่างๆ
ทุกคนต่างก็พูดว่าให้เขียนๆ แต่ก็ยังคงกรี๊ดกร๊าดโวยวายต่อไปอย่างหยุดไม่ได้อยู่ดี
จะบ้าเหรอ เพี้ยนรึเปล่า ไม่ ไม่ทำ จะเขียนนิยายภาษาไทยไม่ใช่ภาษาอังกฤษทำไมต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษด้วย ไม่มีเหตุผล พอเลย หยุด!
สุดท้ายเลยหยุด
หยุดโวยวายและตั้งหน้าตั้งตาเขียนสักที
ก็ทั้งๆ ที่ new year resolution ก็เขียนอยู่ทนโท่ว่า "จะไม่ท้อถอย"
พอเจอคอร์สแรกก็ไปซะแล้วแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน ด่าตัวเองเสร็จสรรพก็นั่งอยู่หน้าแป้นพิมพ์
โดดเรียนไปสองวันครึ่งเพื่อใหได้นวนิยายไทยแต่เขียนเป็นภาษาอังกฤษมาหนึ่งเรื่อง
ฟิ้ววว ก็ทำได้เหมือนกันนะเนี่ย (แปะ แปะ แปะ)
 
เลยเอาไปให้แม่ที่ลอนดอนดู (นางชื่อวิคกี้เป็นนักเขียนชาวฮังการีที่ทำงานที่สตาร์บัคส์ ผู้คอยเสี้ยมสอนและเคี่ยวเข็ญในเรื่องนี้อย่างจริงจัง)
แม่อ่านประโยคแรกแล้วหันมาพูดว่า 'you never been in love, have you? you never had a boyfriend for sure. If you had, you couldn't write such a love story like this. Look at this 'There was so much painful...''
'I hate you now vicky, could you please read it in mind not out loud'
นี่แหละแม่ ดูสิ แม่ชอบแกล้งเราแบบนี้แหละ
สรุปแม่บอกว่าเรื่องของเราน่าสนใจมาก เขียนออกมาเป็นหนังทีเดียวเชียวนะ I can imagine everything. But it's too Asia.
แปลว่าไรวะเนี่ย น้ำเน่าเหรอ?
 
เอาเถอะ พอเขียนเรื่องย่อเสร็จสรรพปั๊บ ก็เริ่มเขียนจริงมาได้สักพัก ตอนนี้อยู่บทที่สี่ล่ะ
แล้วอยู่ๆ ก็ได้รับอีเมล์อีกฉบับ บอกว่าให้เขียนเรื่องย่อเรื่องเก่า ที่ตีพิมพ์ไปแล้วอีกที!
เอาไปทำไรไม่ขอบอก เพราะว่าไม่ควรพูดเสียงดัง ฮ่าๆๆ อิอิอิ
 
แม่บอกว่าผู้หญิงควรมีความลับไว้คู่กาย (อ้าว ไม่ได้บอกเหรอ)
 
เอาเป็นว่าตอนนี้กลับมาสู่ระบบเรื่องย่ออีกแล้ว
แล้วก็เขียนเก่งเชียวเรื่องย่อบ้าบออะไรเนี่ย
แต่เรื่องเขียนไม่เก่งยังไม่เลวร้ายเท่ากับ "กูจำได้เชียวเรื่องเก่าเนี่ย"
ฮี่ ฮี่ ฮี่
11月2日

ขนม ขนม ขนม

ช่วงนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานเลย
ไม่ใช่ว่าใจลอยไปหาใครหรอกนะ ฮะฮะฮะ
แต่เป็นเพราะว่าคิดแต่เรื่องทำขนมตลอดเวลา
ทำอันนั้นดีกว่าอันนี้ดีกว่า
 
ไปซื้อเครื่องทำมาอันนึงแล้วเป็นเครื่องตีแป้งตีไข่
คราวก่อนเอาไปตีนมขึ้นฟูสวยงามเนื้อเนี๊ยนเนียน
ภูมิใจอยู่ได้สองสามวัน
ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ใช้อีกเลยเพราะไม่ว่างจะทำ
แล้วก็คิดไม่ออกว่าจะทำอะไร
เลยไม่มีกำลังใจจะทำ
ตอนนี้พอคิดออกก็อยากจะไปซื้อเครื่องเพิ่ม เดี๋ยวจะนั่งทำมันทั้งวันเลย
กินขนมทั้งวันให้อ้วนตายกันไปข้าง
 
แต่ตอนนี้น้ำหนักลดอย่างแรง เพราะร่างกายอ่อนแอ
เป็นหวัดอยู่สามวันแถมยังต้องทำงานดึกถึงตีสี่ตีห้า
แล้วมันจะหายได้ยังไงล่ะคะ?
อีกวันเลยนอนตั้งแต่เที่ยงคืน
หลับสบายยังเที่ยง ตื่นมามีน้ำมูกอีกนิดหน่อย
แต่ร่างกายดีขึ้นมากมาย สบายใจจริงๆ
 
ช่วงนี้ที่พารากอนมีงานอาหารญี่ปุ่นอีกแล้ว
ได้ไปกินไอติมมาด้วยอร่อยอย่างงี้ แต่แพงอย่างงี้เหมือนกัน
ซื้อนมกล่องจากฮอคไกโดมา จะหมดอายุวันที่ 7 นี้ด้วย
หมดเร็วไปเปล่าคะเนี่ย? หนูจะได้เอาไปทำขนมได้เหรอ?
 
(ไม่ได้ชัวร์เลยT^T)
9月19日

เรื่องเศร้า..

เมื่อวันอาทิตย์เครื่องบินวันทูโกไถลออกนอกรันเวย์
ซึ่งเราคิดเอาเองเมื่อได้ยินข่าวว่าคงไม่มีอะไรมาก
เป็นแค่เครื่องบินลงไปตรงรันเวย์
คงอาการคล้ายๆเคร่องบินแอร์บัสหรืออะไรสักอย่างที่ใหญ่ๆเฉี่ยวโกดัง
แต่ที่ไหนได้เห็นภาพแล้ว ตกใจมาก
เฮ้ย มันขนาดนี้เลยเหรอ แล้วมีคนตาย้วย
เท่านี้เราก็ว่าช๊อคแล้ว
แต่พอเห็นชื่อที่ขึ้นด่านล่างเราก็ต้องงงงวยนิดๆ
เพราะนามสกุลคุ้นๆนะ แต่คิดเอาเองว่าคงไม่มีอะไร
 
วันรุ่งขึ้น ตั๊กก็โทรมาแล้วบอกกับเราว่า
"รู้เรื่องแม่ฝ้ายรึยัง แม่ฝ้ายอยู่ในเครื่องบินวันทูโกด้วย"
เท่านั้นเราก็ตกใจพูดอะไรไม่ออก
 
เมื่อวันก่อนยังเพิ่งคิดอยู่ว่าจะโทรหาฝ้าย
เพราะว่าไปเจอจดหมายที่มันเขียนมาให้ตอนเราอยู่ปีหนึ่งปีสอง 
แต่ก็ไม่ได้โทรไป พอเจอเรื่องนี้ก็อึ้งอยู่สักพัก
ตั๊กก็บอกว่าโทรไปหามันก็ได้นะ
แต่เราก็ยังไม่กล้าโทรไป เลยโทรไปบอกกนกแล้วก็ร้องไห้ออกมาเฉยเลย
 
ไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์ในทีวีมันจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้
 
เนื่องจากยังไม่กล้าดทรเพราะคิดว่าอนนี้ไม่พร้อมจะปลอบใคร
ก็เลยไทร แต่ส่งเมสเสจไปแทน
 
วันรุ่งขึ้นก็โทรแต่ไม่ติด ตั๊กบอกว่าโทรศัพท์มันเสีย
เลยให้เบอร์น้าของฝ้ายมา เราก้โทรไป น้าก็รับแต่ไม่ได้อยู่กับฝ้าย
เลยยังไม่ได้คุยกับฝ้าย
แต่ตั๊กบอกแล้วว่าวันพรุ่งนี้จะไปงานศพ
เพราะจะย้ายขึ้นมาสวดที่กรุงเทพฯ
 
วันนี้เราก็ไปงานศพมา
เจอฝ้ายที่ไม่ได้เจอกันมาซะตั้งนานยืนเหงาเศร้าสร้อยอยู่
ไม่รู้จะพูดอะไร ไปกันตั้งห้าคน ไมใครพูดอะไรออกสักคนเดียวได้แต่จับมือตบไหล่ไปเรือยเปื่อย
แล้วก็ถามมันแค่ว่ามีอะไรให้ช่วยทำมั้ย
มันก็คิดๆอย่างไค่อยมีสติว่าไม่ต้องหรอก นั่งเถอะ เราก็ไปนั่งกันแล้วก้คุยกันเอง
 
ก็มีเพื่อนสตรีวิทย์มาประมาณ 10 คน แต่ส่วนใหญ่ก็รู้เรื่องแล้ว
แต่ติดธุระมาไม่ได้กันอยู่
สวดเสร็จก็อยากจะพาฝ้ายออกไปกินข้าวด้วยกัน
แต่ว่าฝ้ายกินแล้วแล้วท่าทางก็ไม่ได้อยากไปไหน
แต่ชวนไปเที่ยววันอื่นเอาไว้แทน
อยากให้มันเข้มแข็งได้เร็วๆ แต่เรื่องนี้เราก็รู้ว่ามันทำใจลำบาก
 
ตอนนี้พวกเราก็ทำได้แค่ให้กำลังใจและคอยติดตามข่าวเรื่องวันทูโกอย่างใกล้ชิด
 
ยังไงก็ตาม
ขอให้คุณแม่ของฝ้ายไปสู่สุคตินะคะ
9月7日

เราขอโทษนายนะ

 พอดีว่าไปรู้เรื่องราวเบื้องลึกมามากมาย
จนทำให้เราต้องรู้สึกผิดที่มองนายในแง่อื่นไปนะ
(สงวนนามไว้เพื่อให้เดาเล่น)
 
เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นต่อหน้าเราหรอก แต่พอเราได้ยินเรื่องนี้เราก็ต้องบอกว่าเราประทับใจนายมาก
จนอยากเอาไปเล่าให้ใครต่อใครฟังมากมายเลยล่ะ เลยอยากเอามาเขียนในนี้
แต่เนื่องจากนายเป็นคนดังเราเลยไม่อยากเสียงดังเพราะจะเป็นเรื่องไป
 
ความจริงแล้วนายสามารถก้าวหน้าในการงานอาชีพได้มากกว่านี้
สามารถออกไปขายที่บ้านเมืองอื่นได้แล้ว
แต่นายต้องเลือกที่จะเลิกเล่นละคร
ซึ่งนายไม่ไป นายบอกว่า
"ยังอยากจะนั่งมอเตอร์ไซค์วิน อยากกินข้าวแกงข้างทาง"
 
แม้ว่าจะมีคนบอกให้นายก้าวหน้าไปมากกว่านี้โดยย้ำว่าจะยุบละครอีกครั้ง
นายก็บอกว่า
 
"ถ้ายุบละครเรื่องนี้ไป แล้วนักแสดงคนอื่นเค้าจะไปอยู่ไหนล่ะครับ
พวกเค้าต้องตกงานรึเปล่า ถ้าต้องเป็นแบบนั้น ผมขออยู่แบบนี้ก็ดีอยุ่แล้ว
ต่อไปถ้าผมจะดับ ผมก็กลับไปทำงานกินเงินเดือนได้สักสองหมื่นผมก็อยู่ได้"
 
เราได้ยินที่นายพูดแบบนี้เราก็ซึ้งมากจนต้องกลั้นน้ำตาทีเดียว
 
นายเป็นคนดีที่คิดถึงและเห็นใจคนอื่นมากๆ
ขอโทษที่เคยว่าร้ายนายนะ
 
เราซึ้งนายมากเลย
9月3日

ช่วงนี้

อนิเมชั่นที่อัพให้ดูนี่เป็นอนิเมชั่นที่ทำเองได้ง่ายมากเลยนะคะ
ถ้าใครอยากได้ก็ลองเข้าไปทำในเวบนี้ดู
สามารถโหลดเข้าไปในเวบตัวเองได้ด้วยนะคะ
แต่ว่าเรายังทำไม่เป็นเลยทำแต่ตัวติ๊งต๊องเต็มไปหมด
แล้วเซฟออกมาแปะๆให้ดูสวยงาม
เหมือนกับว่าทำเองเป็น 555+
 
ตอนนี้ในบรรดานิสยสารที่อ่านชอบนิตยสารเรย์ที่สุดเลย
เพราะว่ามีชุดที่เอามาแมทช์ให้ดูเต็มไปหมด
แม้แต่ชุดที่ตกเทรนด์ก็เอามาแมทช์ใหม่ได้
ก็เลยชอบดูๆแล้วก็อ่านล่ะ
พูดก็พูดอย่างไม่อยากเชื่อตัวเองก็คือ
เชื่อมั้ยว่าเราไม่ได้ไปเดินชอปปิ้งซื้อเสื้อผ้ามาหลายเดือนแล้วนะ!!!!
จนตอนนี้แทบจะอดรนทนไม่ได้ เหมือนใจจะขาดรอนๆ
เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าเสื้อผ้ามันเชยซะแล้ว
แต่ก็พยายามเอามาแมทช์ใหม่ ใส่ซ้ำๆ ใส่วนๆ
เพื่อการดำรงชีพที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น
 
เพราะว่าช่วงนี้สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดีเลยนะคะ
โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอาหารการกินเนี่ย
ท้องไม่ค่อยย่อยเลยล่ะ รู้สึกแย่จัง (' 3 ')
ก็เลยต้องคุมเรื่องอาหารเป็นพิเศษ
ตอนนี้เลิกกินหมูกับเนื้อแล้วนะคะ ทานแต่อาหารย่อยง่าย
เช่น ปลา กุ้ง ปู ไก่ และบรรดาผักทั้งหลาย
อาหารเผ็ดก็ต้องงดล่ะ รู้สึกเหมือนเป็นคนแก่ยังไงไม่รู้
 
วันนี้เห็นศึกตะหลิวอะไรของยูบีซีที่ให้เลือกสองเมนู
เมนูนึงเป็นปลาอีกเมนูนึงเป็นเนื้อ
รู้สึกอยากกินเนื้อขึ้นมาตะหงิดๆ
แต่ก็ต้องอดใจไว้นะคะ เพราะมันย่อยยากกก
 
ดูสิทำไมต้องเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ ที่ผอมอยู่แล้วเลยผอมไปกันใหญ่
วันก่อนเจอแบงค์ แบงค์ก็ทักว่า คนอะไรเจอทีไรผอมลงทุกที
ถ้าผอมกว่านี้ไม่ไหวแล้วนะต้องกลายเป็นบ๊วยดองเค็มแล้วล่ะ
ก็เลยพยายามอัพน้ำหนัก
เค้าบอกว่ามีสูตรด้วย ทำแบบนี้ แต่ไม่รู้จะจริงรึเปล่านะ 555+
 
อาหารเพิ่มน้ำหนัก
1. ควรกินอาหารประเภทไขมัน และที่มีรสหวาน
2. ดื่มน้ำผักผลไม้สด วันละ 6 แก้ว
3. ควรกินอาหารช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด
4. กินกล้วยเป็นประจำ
5. ควรเดินออกกำลังกายให้ถูกแสงแดดวันละ 1 ชั่วโมง
6. กินอาหารน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ
7. กินอาหารประเภทสลัดผัก และผลไม้รสหวาน ๆ
8. ไม่ควรให้ท้องผูก ควรขับถ่ายใหหห้เป็นเวลา โดยหลังตื่นนอน
 

เอาเป็นว่าก็ต้องกินให้เยอะขึ้นล่ะนะ โอเค!!!

5月29日

1800

 
วันนี้ได้ฟังเพลง 24*7 ของ Popsie
วงนี้จำกันได้มั้ยเอ่ย?
เป็นวงผู้หญิง 4 คนที่เค้าบอกว่าจะปั้นให้เป็น มินิสไปซ์เกิร์ล
เพราะสไปซ์เกิร์ลรู้สึกจะเริ่มแตกแล้ว
แต่ปัจจุบันนี้ดูสิ Popsie แทบจะไม่มีใครรู้จักเลยล่ะนะ
ตอนที่ได้ยินเพลงนี้ก็ว่าคุ้นๆ
คิดไปว่าเป็นของ all saint นู่น คนละเรื่องกันเลยทีเดียวเชียว
 
ช่วงนี้รู้สึกว่าจะอยู่ที่บ้านนอกนานไปหน่อย
รู้สึกว่าจะแพ้กรุงเทพขึ้นมายังไงไม่รู้
คราวที่แล้วเข้ามาแป๊บเดียวเป็นโรคลำไส้อักเสบ
คราวนี้เข้ามายังไม่ถึงวันเหมือนจะไม่สบายเป็นไข้อีกแล้ว
หรือเราจะแพ้ความลำบากยากเข็ญและไม่อุดมสมบูรณ์แบบที่บ้านก็ไม่รู้
จะว่าไปที่เป้นลำไส้อักเสบเนี่ยก็ไม่อยากจะประณามอะไรหรอกนะ
แต่ว่าไปหาหมอที่โรงพยาบาลมาราคาน่าตกใจมากมาย
ตั้ง "พันเก้าร้อยกว่าๆ" เราถึงกับช๊อคไปชั่วครู่
ตอนแรกที่ตัวมีอยู่700 ไปกดเพิ่มเป็น 1700 ก็กะว่าพอแน่ๆ
แต่ว่ากลายเป้นว่าไม่พอเลยเอาบัตรวีซ่ารูด
โรงพยาบาลเลยลดให้เหลือ "พันแปดปลายๆ"
 
ราคานี่นี้คุ้นมากเลย
ราคาเหมือนตอนที่หูเน่าไม่มีผิด
เหตุการณ์ก็คือว่าไปเจาะหูมาตอนที่อยู่ปีสาม
เป็นการเจาะหูครั้งแรก ด้วยความตื่นเต้นเลยไปซื้อต่างหูในทันทีหลายคู่
(ก็เห่ออะนะ)
กลับมาถึงบ้านถึงกับสลบในทันทีเชียว
สงสัยจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
เค้าก็ให้ทิ้งไว้เจ็ดวัน
เจ็ดวันปุ๊บก็คิดว่าน่าจะถอดได้
ประกอบกับอยากใส่มากมาย ไอ้ต่างหูที่ซื้อมาสะสมไว้ก่อนโดยไม่รู้ชะตากรรมเนี่ย
เลยถอดซะ เลือดพุ่งซะ T.T
 
เลยต้องใส่เข้าไปใหม่ เจ็บสุดแสนจะเหลือทน
ใจก็อดรนทนไม่ได้กับต่างหูที่อมาใหม่แต่ต้องทน
จนมันผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์
ถอดออกซะ เลือดยังไหล!! T.T
หนูขาดวิตามิน K รึเปล่าคะเนี่ย ไม่หายสักที
 
เอาเป้นว่านี่มันเลยกำหนดที่ร้านเค้าบอกมาสองเท่าแล้ว
คนอื่นก็คงเป็นแบบเรานี่แหละ (เข้าข้างตัวเองสุดๆ)
เลยใส่ต่างหูสวยงามไป ผ่านไปสามวัน
เน่าสิคะ เลยกลับไปใส่อันที่เจาะมาใหม่
ไม่ได้ผลค่ะ เน่าอย่างแรง ไปโรงพยาบาล
หมอทำแผลให้นิดๆหน่อยๆ จ่ายยามาให้ ราคา 1800 พระเจ้าช่วยกล้วยทอด
หูเนี่ยหนูเจาะมาสองสามร้อย แต่ค่ารักษา 1800 เลยเหรอคะท่าน
 
ความจริงบทเรียนครั้งนั้นน่าจะเรียนรู้ได้แล้วว่าโรงพยาบาลนี้มันแพง
แต่ก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย มาอีก เสียอีก 1800
 
สวัสดีความโง่ซ้ำซากกันเถอะค่ะ
 
สวัสดีค่ะท่าน
แต่เข้าสมองมาแล้วช่วยออกไปด้วยนะคะ
หนูไม่อยากเจอประสบการณ์ซ้ำสาม
 
 
第 1 张,共 8 张
没有可用类别。